Monthly Archives: September 2017

40 คนดังในประวัติศาสตร์

ฟาโรห์รามเสสที่ 2

            ข้ามิใช่คนขี้ขลาดตาขาว ข้าเกิดมาเพื่อปกครองอาณาจักร อียิปต์ที่ทรงอำนาจ ข้าว่าราชการงานเมืองเกือบทั้งหมดแทนพระบิดาเมื่อข้าอายุได้ 14 ปี ต่อมาข้าได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นาโรห์ก่อนจะอายุได้ 30 ปีเสียอีก ข้ารครองราชย์เป็นเวลายาวนานกว่า 66 ปี ระหว่างที่ข้าครองราชย์ในตำแหน่งฟาโรห์ เหล่านักบวชต่างๆยอมรับข้าในฐานะเทพองค์หนึ่ง ช่างประเสริฐแท้ ข้ากล่าวได้อย่างภาคภูมิว่าข้ามีบุตรชายถึง 100 คนมีบุตรสาวอีก 60 แต่อย่าถามข้าเลยว่าพวกเขาชื่ออะไรกันบ้าง นอกจากนี้ข้ายังมีภรรยาอีกจำนวนนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม พระนางเอเฟอร์ตารี คือชายาอันเป็นสุดที่รักของข้า

กิตติศัพท์อันน่าเกรงขาม วีรกรรมเลื่องชื่อที่สุดในชีวิตของข้าเกิดขึ้นในช่วงสงคราม คาเดช ณ สมรภูมิรบซึ่งปัจจุบันคือประเทศซึเรีย ข้าได้ปราบพวกฮิตไทต์ หรือ ศัตรูตัวฉกาจที่เคยครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ซึ่งเป้นของประเทศตุรกีในปัจจุบัน ศึกครั้งนั้นใช้รถม้าศึกไม่น้อยกว่า 5000 คันเข้าต่อสู้ประจัญบานกัน บ้างก็กล่าวว่าศึกครั้งนั้นเป็นการบที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ มีเป็นเช่นนั้นแน่ หากแต่เป็นศึกที่ข้าคว้าชัยชนะอันยิ่งใหญ่มาได้อย่างตรงไปตรงมา ไร้เล่ห์กลใดๆ นอกจากนี้ข้ายังมีรูปสลักหินขนาดใหญ่จำลองตัวข้าไว้จำนวนมากเพื่อย้ำเตือนให้ผู้คนระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของข้า รูปสลักบางชิ้นมีความสูงถึง 65 ฟุต มนุษย์เราต่างก็ต้องมีบุคคลที่ตนเองชื่นชมศรัทธากันทั้งนั้น หลังจากข้าสิ้นใจ ร่างของข้าได้ถูกเก็บรักษาไว้ไม่ให้เน่าเปื่อยด้วยวิธีการทำมัมมี่และถูกฝังไว้หุบเขากษัตริย์ ณ เมืองลักซอร์ นับเป็นเวลายาวนานหลายปีมาแล้วที่ผู้คนต่างรู้จัก ข้าในนาม รามเสสมหาราช และชื่อนี้ก็เหมาะสมกับข้ายิ่งนัก

ลำดับเหตุการณ์ ประมาณ 1303 ปีก่อนคริสกาล ประสูติเป็นโอรสของฟาโรห์เชติที่ 1 ประมาณ 1289 ปีก่อนคริสกาล ได้รับมอบอำนาจให้ช่วยราชการส่วนใหญ่ของพระบิดา ประมาณ 1279 ปีก่อนคริสกาล ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นฟาโรห์ ประมาณ 1274 ปีก่อนคริสกาล ทรงนำกองทัพเข้าโจมตีพวกฮิตไทต์ในสงครามคาเดช ประมาณ 1213 ปีก่อนคริสกาล เสด็จสวรรคต พระศพของพระองค์ถูกฝังในหุบเขากษัตริย์ ณ เมืองลักซอร์

มรกดกตกทอดถึงคนรุ่นหลัง รามสสมหาราชเป็นหนึ่งในฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณทรงนำความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด มาสู่อียิปต์ พระราชวังและวิหารบางแห่งรวมทั้งรูปสลักอันงดงามบางรูปที่พระองค์โปรดให้สร้างขึ้นในอดีตยังคงตั้งตระหง่านยาวนานกว่า 3000 ปีต่อมา

การเคลื่อนย้ายฟาโรห์ ในปี ค.ศ. 1974 พระศพของฟาโรห์รามเสสที่ผ่านวิธีการเก็บรักษาแบบมัมมี่ได้ถูกเคลื่อนย้ายจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งกรุงไคโรไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ การเดินทางในครั้งนั้น พระศพมีหนังสือเดินทางส่วนตัว โดยในช่อง อาชีพ เขียนไว้ว่า กษัตริย์ สวรรคต การตรวจสอบพระศพเผยข้อเท็จจริงว่า ก่อนเสด็จสวรรคต ฟาโรห์รามเสสทรงป่วยเป็นโรคข้ออักเสบและโรคฟันผุ